รัฐสภาอังกฤษเตรียมลงมติร่างข้อตกลงสหราชอาณาจักร (ยูเค) ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิทในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น หลังจากคว่ำร่างแรกไปเมื่อเดือนมกราคม รัฐบาลหวังว่า เส้นตายที่จะต้องเบร็กซิทภายในวันที่ 29 มีนาคมนี้จะจูงใจให้สมาชิกสภาลงมติรับร่างนี้

เอเอฟพีเปิดเผยประเด็นหลักของร่างข้อตกลงใหม่ว่า ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจะขยายไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เปิดทางให้อังกฤษและอียูยังคงรักษาสถานภาพปัจจุบันในระหว่างที่เจรจาเรื่องความสัมพันธ์ในอนาคต เพื่อให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจและบุคคลมีเวลาในการปรับตัวกับชีวิตหลังเบร็กซิท อังกฤษยังอยู่ในสหภาพศุลกากรและตลาดร่วมยุโรป โดยต้องเคารพหลักการเคลื่อนย้ายสินค้า ทุน บริการ และแรงงานอย่างเสรีต่อไป แต่จะไม่มีตัวแทนในหน่วยงานต่าง ๆ ของอียู ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้สามารถขยายได้หนึ่งครั้ง ตั้งแต่หนึ่งปีจนถึงสองปี

ประเด็นแบคสตอป (backstop) ที่อียูเสนอให้ไอร์แลนด์เหนือซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยูเคคงการผ่อนปรนระเบียบพรมแดนกับไอร์แลนด์ที่เป็นสมาชิกอียูหลังเบร็กซิทแต่ถูกรัฐสภาอังกฤษคัดค้านนั้น ร่างข้อตกลงใหม่กำหนดว่า อังกฤษและอียูจะกำหนดดินแดนสหภาพศุลกากรให้ไอร์แลนด์เหนือและไอร์แลนด์ใช้อัตราภาษีเดียวกันกับสินค้านำเข้าในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน และให้ไอร์แลนด์เหนืออยู่ในตลาดร่วมยุโรป แต่หลังจากพ้นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านแล้วทั้งสองฝ่ายจะต้องตัดสินใจร่วมกันว่าจะยังใช้ข้อตกลงนี้ต่อไปหรือไม่

ร่างข้อตกลงใหม่สงวนสิทธิของพลเมืองอียูกว่า 3 ล้านคนที่อยู่ในอังกฤษ และชาวอังกฤษ 1 ล้านคนที่อยู่ในอียู พลเมืองทั้งสองฝ่ายรวมทั้งครอบครัว ยังคงสามารถพำนัก ทำงาน และศึกษาโดยได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการสังคมและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกับพลเมืองของประเทศนั้น ๆ มีผลครอบคลุมทุกคนที่เดินทางเข้ามาก่อนช่วงพ้นเวลาเปลี่ยนผ่าน หากพลเมืองอียูเข้าอังกฤษหลังจากนั้นจะต้องปฏิบัติตามระเบียบเข้มงวดที่รัฐสภาอังกฤษกำลังอภิปรายอยู่ ส่วนชาวไซปรัส 11,000 คนที่อาศัยและทำงานอยู่ตามฐานทัพอังกฤษในไซปรัสจะยังคงได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายอียูต่อไป

ขณะที่ประเด็นขัดแย้งอย่างเรื่องที่สเปนอ้างสิทธิเหนือยิบรอลตา ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษที่อยู่ใกล้กับจุดใต้สุดของคาบสมุทรไอบีเรีย ร่างข้อตกลงให้ทั้งสองประเทศร่วมมือกันเรื่องสิทธิพลเมือง สินค้า สิ่งแวดล้อม ตำรวจและศุลกากร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสเรื่องภาษี การปราบปรามการฉ้อโกงและฟอกเงิน